บรรณานุกรม และ มารยาทในการเขียนรายงาน

บรรณานุกรม
แต่ละสถาบัน จะมีหลักการเขียนบรรณานุกรมที่แตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งจะให้ระบุก็คงจะไม่ได้ เพราะไม่รู้ รู้แค่ของ มศว เพราะว่าเรียนที่ มศว มา 5 ปีแล้ว (ป.ตรีถึงป.โท) ก็ใช้แบบ มศว ตลอด
 
ซึ่งถ้าจะเขียน คุณควรคำนึงถึงว่าคุณจะเขียนไปส่งใคร (อาจไม่มีเหตุผล แต่มันเป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึง ถ้าอาจารย์ ครู คนตรวจงาน หรือใครก็ตาม เขาเห็นว่าไม่ใช่แนวของเขา เขาก็อาจเข้าใจว่าเขียนผิด อย่างดีก็เรียกคุณไปสอบถามว่าทำไมเขียนแบบนี้ – ไม่เคยมีประสบการณ์ แต่คำนึงถึงจริง ๆ เลยมาเตือน)
 
ถ้าจะเขียนแบบมศว ก็ไปดูรูปแบบการเขียนได้ที่ http://lib.swu.ac.th/train_opac.php แล้วเลือกที่ การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรม ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ 
 
(ทำ link ซ้ำซ้อนไปหมด แฮ่ ๆ) ลองกดอ่านดูแล้วกันค่ะ
ส่วนการบรรณานุกรมจากแหล่งอื่น ๆ เคยพิมพ์เก็บไว้นานแล้ว ลองไปดูได้ที่
  รูปแบบการเขียนบรรณานุกรมของมศว   บางอย่างอาจเปลี่ยนรูปแบบการเขียนได้ตามความเห็นเหมาะสม ของทาง… (มหาวิทยาลัย) ไม่แน่ใจค่ะ แต่รูปแบบการบรรณานุกรมบางอย่างก็เคยเปลี่ยนแปลงมาบ้างแล้ว  
 
***และมารยาทในการเขียนงาน ถ้ายกข้อความของเขามาทั้งดุ้น ก็จงเขียนบรรณานุกรมให้เขาด้วย (หรือแสดงออกถึงความพยายามอ้างอิงไปด้วยว่า สิ่งที่คุณเขียนนั้นมาจากใคร เขาบอกมาหรือคุณไปอ่านมาจากไหน บอกยูอาร์แอล บอกชื่อหนังสือ บอกชื่อคนแต่ง แม้เขียนไม่เรียงลำดับถูกต้อง ก็ยังดีกว่าที่จะไม่บอกอะไรเลย ซึ่งมันทำให้คนอ่านคนที่ 2 3 4 5 6 … เข้าใจว่าคุณเขียนเอง หรือแม้แต่การอ้างแหล่งทุติยภูมิเป็นแหล่งปฐมภูมิไปซะงั้น "ไม่ไหว ๆ นิสัยไม่ดีเลย") กว่าคนคนนั้นเขาจะเขียนได้ มันอาจแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ดังนั้นอย่ามักง่าย อย่าเห็นแก่ตัว ถ้าไม่มีปัญญาอ้างอิง "ก็จงเป็นผู้อ่านอย่างเดียว อย่าสะเออะเขียนอะไร"
 
เตือนด้วยความหวังดี
เพราะการละเมิดลิขสิทธิ์ ตย.ข้อความในหนังสือ สามารถถูกฟ้องร้องได้ ถูกปรับหลายบาท บางคนเจอเป็นล้าน
 
ที่สำคัญที่สุดคงเป็นจิตสำนึก ว่ามีมากน้อยแค่ไหน
ไม่ได้ด่านะคะ แต่อยากให้ทราบเอาไว้
 
ปล.นิดค่ะ ถ้าใครที่รู้สึกว่าโดนเราตั้งกำแพงเข้าแล้ว ขอบอกว่า สบายใจเถอะ คุณก็แค่มนุษย์ธรรมดาคนนึง ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับใครทั้งสิ้น และเราก็ทำดีที่สุดแล้ว คงดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะเราไม่อยากทำ ถ้าอยากให้สบายใจ "อย่ามายุ่งกับเรา เพราะเราไม่อยากยุ่งกับคนเช่นคุณ"
1. เราเกลียดคนลองใจ
2. เราเกลียดคนมีความลับเกินเหตุ
3. เราเกลียดคนเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว
4. เราเกลียดคนที่ไม่รู้กาละเทศะ และคำว่าความเหมาะสม (เกลียดมาก…)
5. เราเกลียดคนที่พยายามทำให้เราเปลี่ยนแปลง โดยที่เราไม่ยินดีที่จะเปลี่ยนแปลง (ถ้าเป็นคนอื่นที่เรารัก เคารพ ศรัทธา มาบอกเรา เราจะยอมเปลี่ยน แต่กับบางคนมันคงไม่มีทาง เพราะคุณไม่ได้สำคัญขนาดนั้น)
เราไม่ได้เกลียดคุณ แต่เราเกลียดสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเราเชื่อว่า ใคร ๆ ก็คงเกลียดเช่นกัน
 
ไปโพสต์ประกาศงานดีกว่า
 
29 - 08 – 50  12:30 จริง ๆ ไม่อยากเขียนตรงนี้เลยจริง ๆ ดูเป็นeแก่ขี้บ่นมาก ๆ 555 แต่ก็งี้แหละ บล็อกนี้มีความรู้เล็กน้อย แต่มีด่ามาก ไม่สนใจเรตติ้ง ก๊าก…
แต่ก็ขอบคุณคนอ่านนะคะ และขอโทษคนดี ๆ ที่มาอ่านด้วย (พอดีมันเป็นจุดขายของบล็อกนี้ไปแล้ว ไอ้บ่น ๆ ด่า ๆ เนี่ย เราไม่ได้อยู่กับอารมณ์เหล่านี้ตลอดหรอกนะคะ ไม่งั้นคงจะบ้าตายไปแล้ว แค่อยากมาเล่าสู่กันฟัง และให้ลองนำไปคิดต่อดู หรือบางทีคุณก็อาจจะเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกับเรา เฮ้อ…  ยังไงก็ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจกันแล้วกัน "ฉันต้องสดชื่น" ท่องไว้ค่ะ)
About these ads

About iampranitee

crazy about Blog! ตัวอย่าง http://mysky.exteen.com
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

2 Responses to บรรณานุกรม และ มารยาทในการเขียนรายงาน

  1. chamnan says:

    บรรณานุกรมแตกต่างกันจริงๆด้วยครับ 

  2. Pranitee says:

    ข้อความ : พวกที่เขียนบล็อก
    แล้วชอบเอาข้อมูล พวก FWDmail
    หรือข้อมูลจากที่อื่นมาโพสต์ต่อแล้วไม่ใส่บรรณานุกรมให้เขาเนี่ย มันน่าด่าจริง ๆ นะ
    ทุเรศ ถึงจะมีประโยชน์แต่ก็ไม่ดีอ่ะ
    ทำไมคุณถึงไม่อ้างอิงให้คนที่เขาเขียนก่อนคุณ แย่มาก ๆ หลายบล็อกใน exteen
    เป็นเช่นนั้น เราบอกตรง ๆ อ่านแล้วหม่นหมอง เพราะเขาแค่คัดมาเพส ไม่ไหวค่ะ
    ไม่ชอบเลย เสียดายเนื้อที่ ไร้สาระจาก : PR – 11/11/2007 12:34

    ข้อความ : (ต่อเมื่อกี้) คือ
    ไม่ได้อยากจะไปมีปัญหากับใครนะคะ แต่ว่า อยากจะบอกว่า
    ข้อความบางข้อความ กว่าที่คนเขียนเขาจะเขียนออกมาได้ เขาต้องใช้สมอง
    และความพยายามในการเรียบเรียงอย่างยิ่งยวด ถ้าคุณไปเจอมา แล้วเห็นว่ามันดีมันงาม
    น่าอ่าน เป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป ก็แค่ Copy มา Paste แค่นั้น
    ก็ถือว่าคุณได้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้เขา ขอบอกว่านั่นคือว่าคิดที่ผิดอย่างมหันต์
    เพราะ มันได้ถูกบอกต่อ แต่เป็นการบอกที่ทำให้ความน่าเชื่อถือของมันลดลงไป
    อย่างน่าเสียดาย แม้ว่าคุณจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียนคนแรก คุณก็ควรจะบอกว่า
    คุณไปรู้ไปเห็นไปอ่านไปเจอข้อความนี้มาจากไหน แค่นั้นก็ยังดีกว่าที่จะไม่บอกอะไรเลย
    อย่างเรา ถ้าเราเจอมาจาก Forward mail เราก็จะบอกว่าเป็น Forward mail
    ถ้าเจอจากเว็บก็จะใส่ URL ให้เขา (นี่คือการช่วยโปรโมทเว็บให้เขาอีกทาง)
    ถ้าเจอจากหนังสือ ก็จะบอกว่าหนังสือชื่ออะไรของใคร (ถ้าหนังสือในห้องสมุด มศว
    เราจะให้แม้แต่เลขดิวอี้ คุณจะได้ไปหามาอ่านได้) มันเป็นสิ่งที่ดีนะคะ 1.
    เป็นการโปรโมทให้คนแต่ง หรือคนรวบรวมที่เขาทำอะไรเป็นระบบกว่าคุณเยอะ 2.
    เป็นการรำลึกถึงพระคุณของเขาที่เขาอุตส่าห์เขียนเรื่องดี
    มีประโยชน์มาให้คนอย่างคุณได้อ่าน 3. เป็นการรับรองให้เขา
    ว่าข้อความของเขามีคุณค่าจริง ๆ กรณีที่คุณเป็นคนที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง
    หรือเป็นคนที่ฉลาดในสายตาผู้อื่นพอสมควร (เวลาคนที่ 3 ที่ 4 มา อ่าน จะได้รู้ว่า
    ข้อความนี้ ของผู้แต่งคนนี้ เป็นสิ่งที่ใช้ได้ เชื่อถือได้
    เพราะเขาเชื่อเนื่องจากมีคุณเป็นผู้รับรอง) 3
    ประการนี้ก็น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณควรจะหันมา "อ้างอิง" ได้แล้ว
    อย่าทำเหมือนเด็กประถมทำการบ้านส่งครูสิคะ (บางทีเด็กประถมสมัยนี้
    อาจจะเขียนบรรณานุกรมแล้วก็ได้นะคะ) ส่วนข้ออ้างที่ว่า
    เขียนบรรณานุกรมไม่เป็นอ่ะ มันไม่ใช่ประเด็นค่ะ
    ถ้าคุณมีใจอยากอ้างอิงให้เขาจริง เขียนยังไงก็ได้ สมมติ เป็นเว็บ
    คุณก็แค่ใส่ URL จบ เช่น "เจอมาจากเว็บ http://…….."; สมมติเป็นหนังสือ คุณก็แค่บอกว่า
    "อ่านมาจากหนังสือชื่อ…. ผู้แต่งชื่อ…." ประมาณนี้ก็ยังดีกว่าไม่ใส่อะไรเลย
    ทุกสิ่งมันขึ้นอยู่กับเจตนาค่ะ อยากให้คนเข้ามาอ่านเว็บมาก ๆ
    คุณสามารถอยากอย่างนี้ได้ แต่ควรอยากและทำอย่างมีจรรยาบรรณของบล็อกเกอร์ที่ดีค่ะ
    หรือคุณอยากเป็นแค่หัวขโมย! การอ้างอิง
    (ที่ไม่จำเป็นต้องถูกตามหลักของใคร หรือนักวิชาการกลุ่มใด)
    นั้นง่ายกว่าที่คุณคิดค่ะ ถ้าคุณมีเจตนาจะอ้างอิงจริง
    ยังไงมันก็ไม่ยากเกินความสามารถของคุณหรอกค่ะจาก : PR – 11/11/2007
    13:13 http://board.dserver.org/p/pranitee/00000126.html

Comments are closed.